5 มุขเด็ด..ที่ทำให้คนสนใจ Facebook โพสต์ของคุณ

อยากให้โพสต์บน Facebook ของคุณมีคนสนใจ Like/Share/Comment เยอะๆ ใช่ไหม นี่คือ 5 มุขเด็ดที่จะเพิ่ม engagement ให้โพสต์ของคุณอย่างแน่นอน

ท่านทำการตลาดผ่าน Facebook เป็นหลักหรือเปล่า?

ท่านอยากให้มีคนเห็นโพสต์เยอะๆ มีคน Like/Share/Comment เยอะๆ ใช่ไหม?

ถ้าใช่..บทความนี้ท่านต้องอ่านให้จบเลยหละ

ที่ตลาดปัญญา หนึ่งในช่องทางหลักในการทำการตลาดของเราคือ Facebook และเราก็ใช้เทคนิคเกี่ยวกับ Facebook เยอะมาก ร่วมกับบทความ ในการนำพาผู้มุ่งหวังของเราเข้าสู่จุดสำคัญของการตัดสินใจ นั่นก็คือการปิดการขาย ซึ่งผมคิดว่าก็คงเป็นเป้าหมายเดียวกันกับท่านใช่ไหม ยกเว้นว่าท่านไม่ได้ทำธุรกิจ

หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง หรือไม่เคยรู้ ว่าการเพิ่มเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้ Facebook Post ช่วยทำการตลาดนั้น มันเพิ่มผลลัพธ์ได้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าท่านจะต้องการคนคลิกเข้ามาดูเว็บไซต์ หรือต้องการสร้างแบรนด์ สร้างยอด Like/Share/Comment การเพิ่มเทคนิคที่ผมจะกล่าวในบทความนี้จะเพิ่มผลลัพธ์ให้กับท่าน..อย่างที่ผมเคยได้รับมาก่อนครับ

ลองมาดูกันเลยว่าที่ตลาดปัญญา เรามีเทคนิค/กระบวนการอะไรบ้าง (บอกเท่าที่บอกได้ครับ บางอย่างก็เป็นความลับทางการค้า)

1. จัดตารางการโพสต์

ที่ตลาดปัญญา เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการใช้ Facebook Post ทั้งในเพจตลาดปัญญาเอง และในเพจส่วนตัวของผม (เพราะฐานคนอ่านเยอะอยู่แล้ว) เป้าหมายที่ว่าก็มี 2-3 อย่าง เช่น

  • เพื่อสร้าง Brand Awareness (ให้คนรู้จักชื่อตลาดปัญญาเยอะๆ)
  • เพื่อสร้าง Traffic เข้าเว็บ Blog (เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้บทความ)
  • เพื่อคัดกรองและทำ Segmentation กลุ่มคนที่สนใจในเรื่องต่างๆ เพื่อจุดประสงค์ในการทำ Remarketing อีกที

เราจะมีการจัดตารางว่าวันไหนจะโพสต์เรื่องอะไร และที่สำคัญ..จุดประสงค์ของโพสต์นั้นมีไว้เพื่ออะไร อะไรเป็น Call To Action (สิ่งที่ต้องการให้ผู้อ่านกระทำ) ดูตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ

ตัวอย่างการวางแผนการโพสต์ใน social media

2. เขียนโพสต์ให้อ่านได้ทั้งแบบย่อและแบบเต็ม

เถียงกันมาเยอะ ว่าข้อความที่โพสต์ควรสั้นกระชับ หรือควรเขียนยาวๆ ให้ได้ใจความ คำตอบก็คือ..ถูกทั้งคู่

ถ้าอ้างถึงผลการวิจัย ผลจากการมีปริมาณข้อมูลอันมหาศาลให้คนเสพ ในช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น คนเราทุกวันนี้มีสมาธิในการจดจ่อสิ่งต่างๆ ลดลงเหลือเพียง 8 วินาทีเท่านั้น เวลาที่มีคนอ่านโพสต์ของท่าน ถ้าคุณดึงความสนใจเขาไม่ได้ภายใน 8 วินาทีแรก พวกเขาก็พร้อมที่จะเปลี่ยนไปดูอย่างอื่น

พฤติกรรมการอ่านของคนส่วนใหญ่จะ “Scan” ก่อน คือกวาดตาไปรอบๆ มองหาสิ่งที่น่าสนใจ และ Keyword สำคัญ ถ้าเจออะไรที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับตัว หรือรู้สึกสนใจ จึงจะอ่านต่อ และอ่านลงรายละเอียดมากขึ้น ในขณะที่เราสามารถเขียนข้อความโพสต์ได้ version เดียว จะเขียนสั้น..หรือเขียนยาว คำตอบก็คือ ต้องเขียน 2 version ผสมอยู่ในข้อความเดียวกัน

วิธีการก็คือ เขียนโดยฝัง Keyword สำคัญไว้ในตำแหน่งที่สำคัญ หรือเน้นมันขึ้นมา การ scan ที่ว่าของคนเราจะอ่านต้นประโยคกับท้ายประโยคก่อน ถ้าได้ใจความสำคัญ..เราก็บรรลุจุดประสงค์แล้วระดับหนึ่ง แล้วถ้ามันน่าสนใจพอ ผู้มุ่งหวังก็อาจจะอ่านใหม่เต็มๆ ประโยค ยกตัวอย่างเช่น

ไม่ลองไม่รู้ ก๋วยจั๊บรสเด็ดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล กลางเมืองหลวงของเรานี่เอง ผมไปชิมมาแล้วรสจัดจ้านจริง นานๆ เจอขอดีทีต้องเอามาบอก ตามลายแทงข้างล่างนี่เลย..

เวลาใครมาเห็นโพสต์นี้ ถ้า scan เร็วๆ จะเห็นคำว่า

  • ไม่ลองไม่รู้
  • ก๋วยจั๊บ
  • กลางเมืองหลวง
  • รสจัดจ้าน
  • ลายแทง

ลองกลับไปอ่านเร็วๆ ดูก็ได้ครับ อันนี้ไม่ได้เลือกมองนะ แต่คำบางคำมันเด่นเพราะอยู่ต้นประโยค คำบางคำเด่นอยู่ตรงกลางประโยคเพราะเป็น “Power Words” หรือคำที่ทรงพลัง เช่น รสชาดที่จัดจ้าน หรือ ลายแทง ฯลฯ

3. เลือกชนิดของโพสต์ให้เหมาะสม

โพสต์บน Facebook มี 4 ชนิดคือ ลิ้งค์(ไปยังเว็บอื่น), รูปภาพ, วีดีโอ และข้อความ

สถิติจาก SocialBakers บอกว่าชนิดของโพสต์ที่ได้รับการตอบรับมากที่สุด เรียงจากมากไปน้อยคือ
วีดีโอ → ข้อความ → ลิ้งค์ → รูปภาพ

ในขณะที่โพสต์ของผมได้รับการตอบรับเรียงตามลำดับดังนี้
ลิ้งค์ → วีดีโอ → รูปภาพ → ข้อความ (สถานะ) ตามรูปด้านล่างนี้ครับ

อัตราการตอบรับต่อโพสต์ชนิดต่างๆ

แปลว่าอะไร? แปลว่ามันไม่มีกฏตายตัว มันขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ฟัง และประเภทของเนื้อหาที่ท่านใช้ ซึ่งท่านต้องศึกษาจากข้อมูลสถิติที่ Facebook ก็มีไว้ให้อย่างละเอียดแล้ว เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจกัน

และถึงแม้จะรู้แล้วว่าโพสต์ประเภทไหนได้รับการตอบรับสูงสุด ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องโพสต์อยู่แต่ประเภทนั้นอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับว่า “ท่านต้องการอะไรจากโพสต์นั้น” ต่างหาก ตัวอย่างเช่น

  • ถ้าต้องการได้ Traffic ไปที่เว็บ ก็ใช้ลิ้งค์
  • ถ้าต้องการสร้าง Brand Awareness ก็ใช้วีดีโอ หรือรูปภาพ
  • ถ้าไม่มีเนื้อหาอะไรมาก แค่ต้องการรักษาระดับการสื่อสารกับลูกเพจ ก็ใช้ข้อความ เป็นต้น

4. ปรับแต่งรูปภาพ/พาดหัว/และคำอธิบาย

เมื่อเราโพสต์ลิ้งค์ไปยังเว็บของเรา Facebook จะโหลดรูปภาพที่มีอยู่ในหน้าเว็บนั้น แล้วเอาภาพแรกที่เจอมาเป็นภาพของโพสต์โดยอัตโนมัติ

อย่างเช่นเมื่อผมจะโพสต์ลิ้งค์ไปยังบทความด้านล่างนี้ Facebook จะไปดึงรูปจากบทความมาให้โดยอัตโนมัติ หลายคนไม่รู้ว่าเราสามารถเปลี่ยนรูปได้ ใช้รูปอะไรก็ได้ที่ไม่ได้อยู่ในหน้าเว็บนั้นเลยก็ได้ เช่น upload ภาพใหม่ขึ้นไปจากเครื่องคอมพ์ของเรา หรือแม้กระทั่งคำพาดหัว และคำอธิบาย ที่ผมตีกรอบสีแดงไว้ในภาพด้านล่างนี้ ก็เปลี่ยนได้เช่นกัน เพียงแค่เอาเม้าส์ไปวางให้พื้นหลังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง คลิก แล้วก็แก้ไขข้อความได้ทันที

วิธีปรับแต่งข้อความของโพสต์บน Facebook

เคล็ดลับ อย่าลืมว่าโพสต์ของ Facebook ก็ถูก index โดย search engine อย่างเช่น Google ด้วยเช่นกัน ดังนั้น นี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะใส่ Keyword ที่ต้องการลงไปด้วยนะครับ

5. เลือกเวลาโพสต์ให้เหมาะกับกลุ่มผู้ฟัง

ถือเป็นความบกพร่องของ Admin ถ้าไม่ได้เจาะลึกดูพฤติกรรมของลูกเพจหรือผู้มุ่งหวัง ที่ตลาดปัญญา..เราซีเรียสกับโมงยามในการโพสต์ครับ ไม่ใช่ดูฤกษ์งามยามดี แต่เลือกโพสต์ในยามที่ลูกเพจของเรากำลัง online อยู่เป็นปริมาณมากสุด แน่นอน..ก็เพื่อเพิ่มโอกาสที่โพสต์จะถูกเห็นในไม่กี่นาทีแรกที่โพสต์ออกไป

เพจตลาดปัญญายังเป็นเพจที่มีคนไลค์น้อย ยังต้องสร้างกระแสความนิยมอีกเยอะ แต่ตัวอย่างที่ผมเอามาให้ดูในภาพด้านล่างนี้เป็นเพจของผมเอง

ช่วงเวลาที่คน online

โชคดีตรงที่ว่า ช่วงเวลาที่ลูกเพจของผม online เกิน 80% ของ peak time นั้นมีอยู่เกือบทั้งวัน ตัวอย่างเช่น
ช่วงเวลา 21.00 น. เป็นเวลาที่ลูกเพจของผม online อยู่เป็นจำนวนมากสุด = 47,000 คน 80% ของเลขนี้คือ 37,600 คน เมื่อดูจากกราฟ ช่วงเวลาที่ลูกเพจของผม online อยู่เกิน 37,600 คนคือตั้งแต่ 9.00 – 22.00 น. นั่นหมายความว่า ผมจะโพสต์เวลาไหนก็ได้ในช่วงนี้ การันตีว่ามีคนเห็นเป็นส่วนใหญ่แน่นอน แต่กระนั้นผมก็ยังชอบเลือกช่วงเวลา 8.00 น. และ 18.00 น. อยู่ดี (8.00 น. เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้านิดหน่อยสำหรับคนที่เปิดดู Facebook ช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน และ 18.00 น. เพื่อเตรียมสำหรับคนที่กลับถึงบ้านแล้วเล่น Facebook ก่อนเข้านอน)

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จของทุกคน ผมแค่แชร์วิธีคิดของผมที่ได้ผล แต่ก็อยู่ดี กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นท่านต้องตั้งสมมุติฐาน ทดลอง หาผลลัพธ์ และปรับจูน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของท่านเองครับ

 

เป็นไงบ้างครับ มีอันไหนที่ท่านทำอยู่แล้ว อันไหนยังไม่ได้ทำ เขียนใน Comment ด้านล่างนี้ได้นะครับ และถ้าใครมีเทคนิคอะไรดีๆ อยากจะแบ่งปันเป็นวิทยาทาน ก็เขียนเพิ่มใน Comment ด้านล่างนี้ได้เช่นกัน

แล้วพบกันใหม่ครับ
ธนกร – ผู้ก่อตั้งตลาดปัญญา

ธนกร ชาลี ตลาดปัญญา โค้ช มาร์เก็ตติ้ง

ความเห็น

11 กันยายน 2015
Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2019 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คุณทำการตลาดบน Facebook อยู่ใช่ไหม
ขอคำตอบ
ใช่หรือไม่