10 ไอเดียทำไงให้ขายดีบน Amazon (และ ebay)

ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ขายสินค้าบน amazon.com หรือ ebay.com อ่านบทความนี้ ท่านจะพบ 10 ไอเดียดีๆ ที่จะทำให้ท่านขายดี

ไม่มีเว็บขายสินค้าออนไลน์ไหนจะใหญ่เท่า amazon.com อีกแล้ว หลายคนมีอาชีพเสริม หรืออาชีพหลัก (อย่างผม) เป็นการขายสินค้าบนเว็บ amazon.com (หรืออาจจะเป็น ebay.com ด้วย) และหลายคนมักมีคำถามมาที่ผมว่าผมมีเคล็ดลับอะไร ทำอย่างไรให้ขายดี ถึงได้มีเวลาท่องเที่ยวเดินทาง research หาสินค้าใหม่ๆ มาขายอยู่เรื่อย ผมจึงรวบรวม 10 ประเด็นหลักๆ ที่พาผมให้มาถึงวันนี้

1. ตอนสมัครให้เลือกเป็น Professional Seller

บัญชีผู้ขาย amazon

 

ดูรูปด้านบน ในขั้นตอนสมัคร ขอให้ท่านเลือก “Sell as a Professional” ครับ ไม่ใช่ “Individual” เหตุผลก็คือ

1.1 แม้ว่าจะมีค่าสมาชิกรายเดือน $39.95 แต่ท่านจะไม่โดนค่าธรรมเนียมจากการขาย $0.99 ในแต่ละรายการ เพียงแค่ขายเกิน 40 ชิ้นก็ประหยัดค่าธรรมเนียมไปเกินคุ้มค่าสมาชิกรายเดือนแล้ว

1.2 ในฐานะ Professional Seller ท่านสามารถโพสต์ขายสินค้าที่ไม่เคยมีใน amazon.com มาก่อน สินค้าหลายอย่างของผมประสบความสำเร็จจากการที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนนี่เอง ที่ผมดั้นด้นค้นหามาจากทั่วสารทิศ เมื่อมีสินค้าที่ไม่เหมือนใคร (และไม่เคยขายบน Amazon) ผมจึงแนะนำให้เปิดบัญชีเป็น Professional Seller เพื่อที่เราจะได้สามารถนำสินค้าเหล่านี้ไปขายบนนั้นได้

1.3 สินค้าบางหมวดมีข้อจำกัดที่ต้องขออนุมัติก่อนจึงจะขายได้ (เช่นสินค้าในหมวดเสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องประดับ ฯลฯ) และการจะขออนุมัติได้ ต้องเป็น Professional Seller เสียก่อน

2. ขายแบบ FBA (Fulfillment By Amazon)

ซึ่งก็คือแทนที่เราจะต้องส่งสินค้าจากประเทศไทยไปให้ผู้ซื้อ ซึ่งใช้เวลา 15-20 วัน เราก็ฝากสต๊อกสินค้าไว้กับ Amazon เลย เมื่อมีการสั่งซื้อ ทาง Amazon ก็จะหีบห่อและจัดส่งให้เรา ทำให้สินค้าถึงมือผู้ซื้อเร็วขึ้น เราย่อมได้ feedback/review ที่ดี ส่งผลถึงการขายในอนาคต

แม้ว่าการขายแบบ FBA จะเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่า แต่ถ้าการทำอย่างนั้นแล้วทำให้สินค้าเราขายดีกว่า การขายดีขึ้นก็ย่อมทำให้เกิดกำไรมากพอที่จะชดเชยค่าธรรมเนียมส่วนต่างนี้ได้แน่นอน

3. ทำตามกฎ

เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกปิดบัญชี หรือสินค้าไม่ถูกค้นพบ ซึ่งเป็นเพราะเราโดนลงโทษหรือจำกัดสิทธิบางอย่าง ทั้งที่โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เราควรทำตามกฎเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้ก่อนจะดีกว่า ท่านสามารถศึกษาเงื่อนไขการใช้งานได้ตามนี้

  • Log-in เข้าเว็บ amazon.com ก่อน
  • คลิก >> ไปหน้านี้ เกี่ยวกับ Overall Amazon Policy Agreement

ส่วนนโยบายที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการขาย ให้

  • Log-in เข้าเว็บ amazon.com
  • คลิกที่ปุ่ม Help
  • พิมพ์คำว่า Amazon policy ในช่องค้นหา (search bar)

คัดเลือกสินค้าขายบน amazon ทำไงให้ขายดี

4. อยู่แถวหน้าให้ได้

ก็เหมือนการค้นหาใน Google นั่นแหละ เราก็อยากให้เว็บของเราอยู่ที่หน้าแรกของผลการค้นหาใช่ไหม เวลาผู้ซื้อเขาค้นหาสินค้าอะไรบางอย่างบนเว็บ Amazon เราก็อยากให้สินค้าของเราขึ้นมาแสดงเป็นคนแรกๆ เหมือนกัน ซึ่งผมมีเทคนิคอยู่ 3 อย่างดังนี้

  • ราคาสินค้ารวมค่าขนส่งแล้วถูกที่สุด – ตราบเท่าที่บัญชีผู้ขายของเราไม่มีปัญหาอะไร กฎข้อนี้ใช้ได้เสมอ แต่อย่าลืมว่า Amazon คำนวณจากราคาสินค้า+ค่าขนส่งนะครับ หมายความว่า ถ้ามีผู้ขายคนอื่นตั้งราคาสินค้าสูงกว่าเรา แต่เขาขายแบบ FBA รวมราคาแล้วเขาอาจถูกกว่าเราก็ได้ เพราะ Amazon จะคิดว่า ถ้าผู้ซื้อเป็นสมาชิกแบบ Prime Member เขาก็ได้รับสิทธิ Free 2-day shipping อยู่แล้ว หรือต่อให้ผู้ซื้อไม่เป็น Prime Member เขาก็ได้ Free Standard Shipping อยู่แล้วเช่นกัน (ถ้าผู้ขายขายแบบ FBA – ดูข้อ 2) ดังนั้น การที่ต้องพวกค่าขนส่งจากประเทศไทยไปก็ถือว่าเสียเปรียบคนที่ขายแบบ FBA อยู่พอควร ผมยกตัวอย่างดังนี้

สมมุติว่าสินค้าของผมราคา $120 มีค่า shipping $10 รวมแล้วผู้ซื้อต้องชำระเงิน $130
เทียบกับสินค้าเดียวกันของผู้ขายอีกคนหนึ่งแต่ขายแบบ FBA ตั้งราคา $129
แม้ว่าราคาสินค้าของเขาจะแพงกว่าของผม แต่เมื่อรวมค่าขนส่งแล้วของเขาถูกกว่า สินค้าของเขาก็จะถูก list ออกมาก่อนของผม

  • ขายสินค้าที่ไม่มีใครเหมือน – ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้จักหาสินค้าไทยๆ ไปขายบนนั้น ฝรั่งไม่มีหรอก อย่างพวกถ้วยเบญจรงค์, แจกันดอกไม้ประดิษฐ์, สินค้า OTOP หลายอย่าง ถ้าจะมีคู่แข่ง ก็มีแต่คนไทยด้วยกันเท่านั้น ถ้าท่านจริงจังกับธุรกิจนี้ และตั้งหน้าตั้งตาค้นคว้า เสาะหาสินค้าใหม่ๆ เสมอ ผมว่าก็ไม่มีวันหมดมุขไปได้ ผมจึงไม่กลัวที่จะนำความรู้ในการทำธุรกิจชนิดนี้มาแบ่งปันในรูปแบบของ คอร์ส AmazonMaxProfits ในตลาดปัญญาเลยครับ
  • อาศัยนโยบายควบรวมสินค้า – ซึ่ง Amazon มีนโยบายอยู่แล้วว่าให้สามารถนำสินค้ามากกว่า 1 ชนิดมารวมกันสร้างเป็นสินค้าชื่อใหม่ได้ เช่น แทนที่จะขายมาม่ารสหมูสับ มาม่ารสต้มยำ มาม่าน้ำตกหมู แยกๆ กัน เราก็อาจจับสินค้า 3 items มามัดรวมกันเป็น มาม่ารวมรส ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชื่อสินค้าของเรามีความเป็นเอกลักษณ์ (unique) เมื่อไม่ซ้ำใคร คู่แข่งก็น้อย มีโอกาสติดผลการค้นหาถูกไหมครับ

5. ตอบกลับลูกค้าอย่างรวดเร็ว

เมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าเขียนคำถามหรือข้อความใดๆ มาถึงท่าน สิ่งที่ Amazon อยากเห็นก็คือ “ท่านตอบภายใน 24 ชั่วโมง” ไม่ยากเลยใช่ไหม ไม่ใช่ 5 นาทีหรือครึ่งชั่วโมงซักหน่อย การไม่ตอบสนองต่อลูกค้าภายใน 24 ชั่วโมงถือว่าท่านไม่ใส่ใจกับบัญชีผู้ขาย และนั่นทำให้ความน่าเชื่อถือที่ลูกค้า (และ Amazon) ที่มีต่อท่านลดลงอย่างมาก

6. เขียนคำอธิบายสินค้าให้ละเอียด

เป็นเรื่อง Basic แต่หลายคนพลาดเรื่องนี้ จะด้วยความขี้เกียจหรือความไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ก็เลยเขียนแค่สั้นๆ ลองนึกว่าถ้าท่านเป็นผู้ซื้อ ท่านก็อยากเห็นอ่านรายละเอียดของสินค้านี้ถูกไหมครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การเขียนรายละเอียดของสินค้าจะทำให้ผู้ซื้อได้รับความคาดหวังอย่างถูกต้องว่าจะได้รับสินค้าอย่างไร เช่น สี น้ำหนัก functions/features ต่างๆ เชื่อผมอย่างนะครับ..ผู้ซื้อมีความละเอียดละออ และถ้าพวกเขาไม่ได้รับสินค้าตรงกับที่คาดหวังเป๊ะๆ เขาจะขอคืนสินค้า หรือมี feedback เชิงลบ เขียน review เชิงลบ ทำให้สถานะบัญชีผู้ขายของท่านย่ำแย่เลยทีเดียว

7. ถามหา Feedback

มีเหตุผลสำคัญ 2 อย่างที่ท่านควรถามหา feedback จากลูกค้าของท่านเสมอ

7.1 ผู้ซื้อคนอื่นต้องการอ่าน review จากลูกค้าคนเก่า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านเป็นผู้ขายที่ไม่มีปัญหา ไว้ใจได้ ไม่คดโกง ส่งสินค้าตรงตามเวลา ได้รับสินค้าถูกต้องตามที่คาดหวัง ฯลฯ หากไม่มีใครเขียน review ให้ท่านเลย ท่านจะขาด “Social Proof” ซึ่งสำคัญมากสำหรับการค้าขายออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเว็บ Amazon

7.2 Amazon ให้ความสำคัญอย่างมาก เขาจะวิเคราะห์ feedback จากลูกค้าของท่าน และให้คะแนนความน่าเชื่อถือของบัญชีของท่านอย่างเงียบๆ และมันส่งผลถึงการแสดงสินค้าของท่านในหน้าผลลัพธ์การค้นหา ฯลฯ

8. ใช้รูปภาพสินค้าขนาดใหญ่และทำตามข้อแนะนำของ Amazon

รูปภาพของสินค้าต้องมีขนาดกว้างหรือสูงอย่างน้อย 1,000 pixels มีตัวสินค้าอยู่ในรูปกินพื้นที่ 85% และใช้ Background สีขาว ทั้งนี้ก็เพื่อผู้ซื้อจะได้ใช้ฟีเจอร์ Zoom ภาพของ Amazon เพื่อดูรายละเอียดของสินค้าได้ อ่านรายละเอียดข้อแนะนำเกี่ยวกับรูปภาพสินค้าของ Amazon ได้ที่นี่ << คลิก

9. ให้ความสำคัญกับการหีบห่อ

นึกสภาพกล่องสินค้าที่มาถึงท่านในสภาพบุบบี้ หรือสินค้าภายในเสียหาย ถ้าเป็นลูกค้าของท่าน..เขาเขียน review ห่วยๆ ให้ท่านแน่นอน บางทีเรื่องของการแพ๊คสินค้าก็ดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ผมก็สงสัยว่าทำไมหลายคนไม่ทำตรงนี้ให้ดี เอาเป็นว่านี่คือ Tips & Tricks ที่ผมฝากไว้ ณ ที่นี้ละกันครับ

  • ใช้กล่องที่ค่อนข้างแข็งแรง ดูตัวอย่างกล่องไปรษณีย์ไทยถือว่าใช้ได้แล้วครับ
  • ถ้าเอากล่องเก่ามาใช้ อย่าลืมเอาป้ายต่างๆ ของเก่าออกให้หมดเพื่อป้องกันการสับสน
  • ถ้าในกล่องบรรจุสินค้าหลายชิ้น ให้หุ้มห่อแต่ละชิ้นแยกกันด้วยวัสดุกันกระแทก
  • อย่าขี้เหนียวกับเรื่องวัสดุกันกระแทก
  • สก๊อตเทปที่ใช้ ให้ใช้แบบที่เสริมแรง (เช่น มีเส้นใยฝังในเทปเพื่อรับแรงดึง)
  • ติดป้ายชื่อ-ที่อยู่ของผู้รับและผู้ส่งอย่างชัดเจน

10. สินค้าที่จะนำไปขาย..ให้คัดเลือกอย่างมีแบบแผน

ไม่ใช่ว่าอะไรก็ขายได้ แต่หลายครั้งสินค้าที่เราเลือกไปขายบนเว็บ Amazon กลับมีคุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้ท่านมีต้นทุนเพิ่ม (ในการขนส่ง หรือหีบห่อ) หรือขายไม่ดีเท่าที่ควร ผมเองจะมี Checklist และการให้คะแนน (Scoring) สินค้าที่จะนำไปขาย จะได้ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน และคัดแต่ตัวเจ๋งๆ เท่านั้นไปขาย ซึ่งได้ผลมากเลยครับในเรื่องนี้ ท่านไหนที่สนใจ ดาวน์โหลด Amazon Market Criteria Checklist ได้ที่นี่ ครับ

คัดเลือกสินค้าขายบน amazon ทำไงให้ขายดี

 

ก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังทำหรือคิดที่จะทำธุรกิจขายสินค้าบนเว็บ amazon.com กันนะครับ

พิเศษ ศิริกิจ – ผู้สอนคอร์ส AmazonMaxProfits

พิเศษ​ ศิริกิจ
ป.ล. ถ้ารักเพื่อนๆ ก็อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้อ่านนะครับ

ความเห็น

22 มิถุนายน 2015
Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2019 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คอร์สไหน..
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ?