กฎ 9 ข้อของการทำการตลาดด้วย Social Media

สิ่งน่าคิดเกี่ยวกับการใช้ Social Media ในการทำการตลาดที่หลายท่านหลงลืม

ผมคิดอยู่นานว่าจะเรียบเรียงอะไรให้ท่านผู้อ่านดีในวันนี้ ท่ามกลางการเติบโตก้าวกระโดดของการใช้ Social Media ของผู้คน บวกกับการตลาดในยุคปัจจุบันที่มองหาช่องทางที่ต้นทุนต่ำลง หรืออย่างน้อยก็ทำการตลาดในที่ที่คนอยู่ (ก็เหมือนการตกปลาในบ่อเลี้ยงปลานั่นแหละ) ผมคิดว่ามีสิ่งน่าคิดเกี่ยวกับการใช้ Social Media ในการทำการตลาดที่หลายท่านหลงลืม หรือหลุด Theme ก็เลยอยากจะนำมารวบรวมอีกทีที่นี่ และในฐานะที่ผมจบ Computer Engineering มา วันนี้ก็เลยอยากเขียนในธีมของ “กฎ” ตามความถนัดครับ

นี่คือกฎ 9 ข้อของการใช้ Social Media เพื่อการตลาด

1. กฎแห่งความสัมพันธ์

อย่าลืมว่าแก่นสารของการเข้าสังคมคือ “ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน” และนี่คือหัวใจของการใช้ Social Media เลยทีเดียว ไม่ว่าท่านจะทำอะไรลงไป (โพสต์/แชร์/คอมเม้นท์) ให้นึกก่อนเลยว่า “นี่มันจำทำให้ความสัมพันธ์ของฉันกับผู้คนรอบๆ ดีขึ้นหรือแย่ลงเนี่ย” สิ่งที่ท่านทำมันจะทำให้ท่านสนิทชิดเชื้อและ “เป็นที่รัก” ของเครือข่ายของท่าน หรือมันจะทำให้ท่าน “เสื่อม” ลงทีละน้อย ถ้าท่านไม่มีเวลาอ่านทุกบรรทัดของบทความนี้ ขอให้จำข้อนี้ข้อเดียวได้เลย..เพราะมันสำคัญและเป็นพื้นฐานของทุกข้อ

2. กฎแห่งการฟัง

ทำไมต้องฟัง ง่ายๆ เลยก็เพราะว่าการตลาดแบบอื่นๆ นั้นเป็นการสื่อสารทางเดียวไปยังผู้บริโภคหรือผู้รับข่าวสาร แต่ Social Media นั้นเป็นการสื่อสาร 2 ทาง มีทั้งให้และรับ มีทั้งพูดและฟัง

แล้วฟังอะไรหรือ? ก็ฟังสิ่งที่ผู้บริโภคหรือลูกค้าพูดถึงสินค้าของท่านไง หรืออย่างน้อยท่านก็ควรต้องเรียนรู้ว่าผู้บริโภคชอบอะไร ไม่ชอบอะไร พูดถึงคู่แข่งของท่านว่าอย่างไร และพูดถึงท่าน/สินค้าของท่านอย่างไร และยังไม่พอ..คนเรานั้นก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอด เดี๋ยวชอบนั่น เดี๋ยวไม่ชอบนี่ เพราะฉะนั้น..ท่านจึงต้อง “ฟัง” ตลอดเวลา และนี่คือวิธีที่ท่านจะใช้ประโยชน์จาก Social Media ในการปรับตัว

3. กฎแห่งการโฟกัส

สมัยที่มี Social Media ใหม่ๆ เรายังไม่ค่อยมีคู่แข่งมาก และผู้ใช้ก็ยังไม่มาก เราสามารถเข้าถึงผู้คนทุกหมู่เหล่าได้โดยง่าย โดยใช้ content หรือเนื้อหาประเภทอะไรก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องกำหนดคุณลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย มองหาตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) แล้วพุ่งเป้าไปทำการตลาดและสร้างความสัมพันธ์กับคนกลุ่มย่อยที่เราหมายตาไว้แล้วว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา

“การจะสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ต้องเลือกและโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายย่อย แล้วใช้ Content Marketing สร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือ ถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าการทำการตลาดแบบกว้างๆ” ยังไงซะ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนกลุ่มน้อย..ก็ย่อมดีกว่าการถูกกลืน/ละลายไปในคนหมู่มากที่ไม่ได้รักคุณเลย จริงไหม

4. กฎแห่งคุณภาพ

การใช้ Social Media ทำการตลาด ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเราคาดหวังความสัมพันธ์กับผู้คนรอบๆ ไม่พอ..ต้องเป็นความสัมพันธ์ “ที่ดี” ด้วย และโดยกฎธรรมชาติ การจะได้อะไรดีๆ กลับมา ก็ต้องลงทุนด้วยสิ่งที่มีค่าเทียบเท่ากันเสมอ นั่นหมายความว่า การที่ผู้คนในกลุ่มเป้าหมายจะชื่นชอบ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านนั้น ท่านต้อง “ให้” หรือแบ่งปันเนื้อหาที่มีคุณภาพ (ตอบโจทย์/แก้ปัญหาให้กับผู้มุ่งหวัง หรือเป็น content ที่ผู้มุ่งหวังกำลังมองหา)

5. กฎแห่งการทบต้น

ก็เหมือนการฝากเงินกับธนาคาร ท่านจะได้ดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อท่านมีเงินฝาก ท่านจะสร้างความสัมพันธ์อันดี ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ ก็ต่อเมื่อท่าน “สร้างมัน” และก็เหมือนดอกเบี้ยทบต้นนั่นแหละ ช่วงแรกๆ ดูเหมือนว่าผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแบบสะสม ความสัมพันธ์อันดีของท่านกับกลุ่มเป้าหมายจะเติบโตขึ้นอย่างทวีคูณเหมือนดอกเบี้ยทบต้น

6. กฎแห่งความอดทน

ตอนที่ผมเรียนปี 1 วิศวะ ในวันรับน้อง พี่พาเดินแถวเข้าห้องประชุมใหญ่ ระยะทางแค่ไม่กี่สิบเมตร แต่เราใช้เวลาเดินเป็นชั่วโมง เพราะรุ่นพี่พาเดิน “ทีละคืบ” และหยุดเกือบนาที กว่าจะก้าวไป “อีกคืบ” พวกเราร้อนและหงุดหงิดมากเพราะไม่เข้าใจว่าพี่ทำอะไร จนมารู้ตอนหลังว่าเป็นกุศโลบายที่รุ่นพี่ต้องการฝึกให้รู้จักความอดทน และเข้าใจว่าการบรรลุเป้าหมายอะไรบางอย่าง บางครั้งต้องใช้เวลา และบางเรื่องก็ไม่มีคำอธิบาย ทำได้แค่อดทนรอและรักษาระเบียบวินัยไว้ให้ได้ก็จะผ่านไปได้เอง

การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนก็เช่นกัน ถ้าเราจีบสาววันแรก เราคงไม่คุยเรื่องการไปพบพ่อ-แม่ของสาวเจ้าตั้งแต่วันแรกที่คุยกันใช่ไหม ฉันใดก็ฉันนั้น การจะใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อพาไปสู่สถานะความพร้อมที่เขาจะซื้อสินค้าจากเราก็ต้องมีรูปแบบ กระบวนการ และใช้เวลา

7. กฎแห่งคุณค่า

คล้ายกฎแห่งคุณภาพ แต่กฎแห่งคุณค่าจะเน้นนักเน้นหนาในเรื่องของการแบ่งปันสิ่งดีๆ และสร้างสรรค์ให้กับผู้คนรอบข้าง ไม่ว่าท่านจะทำกิจกรรมใดในเชิงการตลาด ให้ท่านนึกอยู่เสมอว่าช๊อตนี้เรากำลังทำสิ่งดีๆ อะไรให้สังคม

8. กฎแห่งการรู้จักตอบรับ

จะมีประโยชน์อะไร ถ้าท่านเป็นฝ่ายพูดๆๆ อยู่ฝ่ายเดียว แม้มีคนมา Like, Comment ท่านก็ไม่ตอบสนองอะไร

อีกครั้ง..ในเมื่อเรากำลังพูดถึง Social Media หรือสื่อ “สังคม” มันย่อมหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และในเมื่อคนเรา (ว่าที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของท่าน) ต้องการมีคนเห็น/มีคนฟังพวกเขา เมื่อพวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับท่านอย่างไร ท่านต้องไม่ละเลยและรีบตอบสนองอย่างเร็วไว

ลองนึกภาพท่านไปงานเลี้ยง ท่านจะคาดหวังให้คนเข้ามารุมล้อมและพูดคุยกับท่านก่อนไม่ได้ ถ้าท่านไม่เอื้อนเอ่ยหรือเริ่มที่จะพูดคุยกับคนก่อน ยกเว้นว่าท่านเป็นซุปเปอร์สตาร์คนดังที่ทุกคนอยากเข้าละก็ไปอย่าง แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น ถ้าผู้คนมารุมล้อมท่านแล้ว ท่านเก็กท่าไม่พูดไม่จาเลย ทุกคนก็จะจากไปอย่างรวดเร็ว จริงไหม

9. กฎแห่งการ(ให้)เข้าถึง(ได้)

ไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้นกับคนที่อยู่บนหอคอยงาช้าง ที่วันๆ เอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่รับฟังคนอื่น และไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้คน ยังไงความสัมพันธ์ก็ไม่เกิด ถ้าท่านโพสต์อะไรสักอย่างใน Social Media อย่า “โพสต์แล้วหายเงียบ” จงติดตามดูปฏิกริยาของผู้คน และตอบสนองอย่างฉับไว นั่นคือวิธีที่ถูกต้องในการใช้ Social Media ทำการตลาดครับ

หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับท่านไม่มากก็น้อย ไหนๆ ก็อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ลองประยุกต์ใช้กฎข้อ 8 ดูบ้างไหมครับ เขียน Comment ด้านล่างว่าเมื่อได้เรียนรู้อะไรๆ จากบทความนี้แล้ว ท่านรู้สึกอย่างไร หรือมีความเห็นที่สร้างสรรค์อะไรเพิ่มเติมครับ

ธนกร – ผู้ก่อตั้งตลาดปัญญา

ธนกร ชาลี ตลาดปัญญา โค้ช มาร์เก็ตติ้งคอร์สออนไลน์ ตลาดปัญญา

ความเห็น

29 กรกฎาคม 2015
Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2019 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คอร์สไหน..
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ?