ทำ 15 อย่างนี้ทุกวัน แล้วคุณจะเก่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ !!!

แค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆ บางอย่าง ก็สามารถนำพาความเก่งมาสู่ตัวเราได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ความเก่งไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่เกิดจากพฤติกรรมของเราเองค่ะ

หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ความเก่งนั้นเกิดมาจาการฝึกฝน แท้จริงแล้วการฝึกฝนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เราเก่งขึ้นได้ แต่ข้อเสียของการฝึกฝนก็คือ เราต้องฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ จนชำนาญ และเมื่อไหร่ที่เราหยุดฝึกฝน เราก็จะกลายเป็นคนไม่เก่งขึ้นมาทันที

การฝึกฝนต้องใช้เวลา ใช้ความพยายาม และความอดทนเป็นอย่างสูง จนทำให้บางครั้งเรารู้สึกว่า “ถ้าอยากเก่งต้องลำบากขนาดนี้ ขอเป็นคนธรรมดาดีกว่า”

ดังนั้น ถ้าเราไม่มีแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ หรือเหตุผลอะไรบางอย่างที่อยากจะให้เราเก่ง พูดง่ายๆ ก็คือ อยู่แบบธรรมดาก็มีความสุข เลยไม่อยากฝึกฝนตัวเองให้เหนื่อยเปล่าๆ เราก็คงจะไม่มีวันได้เป็นคนเก่งเลยจริงมั้ยคะ เพราะมันเหนื่อยและบางคนก็อาจจะคิดว่ามันไม่จำเป็นขนาดนั้นก็ได้

แต่ถ้าเราจะบอกว่า วันนี้เราสามารถเก่งได้ โดยไม่ต้องเหนื่อยเลยล่ะ ไม่ต้องฝึกฝน ไม่ต้องลำบาก (บางวิธีเราอาจจะชอบซะด้วยซ้ำไป) อยากลองดูมั้ยคะ อาจจะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ตลาดปัญญา.com ทำให้มันเป็นไปได้ค่ะ เรามีเคล็ดลับสำคัญที่ “คนอัจฉริยะ” ทำกันนั่นก็คือ อยากเก่งต้องมีพฤติกรรมแบบคนเก่ง

wikipedia ให้ความหมายของพฤติกรรมว่า พฤติกรรม หมายถึง การแสดงและกิริยาท่าทาง ซึ่งสิ่งมีชีวิต ระบบหรืออัตลักษณ์ประดิษฐ์ ที่เกิดร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมระบบอื่นหรือสิ่งมีชีวิตโดยรวมเช่นเดียวกับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ พฤติกรรมเป็นการตอบสนองของระบบหรือสิ่งมีชีวิตต่อสิ่งเร้าหรือการรับเข้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอก มีสติหรือไม่มีสติระลึก ชัดเจนหรือแอบแฝง และโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ

 

พูดง่ายๆ พฤติกกรมก็คือนิสัยของเรานั่นเอง ดังนั้นจากที่เราบอกไว้ตอนแรกว่า อยากเก่งต้องมีพฤติกรรมแบบคนเก่ง ก็หมายความว่า ถ้าเราอยากเก่ง ต้องมีนิสัยแบบคนเก่งค่ะ และนี่คือ 15 อย่างที่แนะนำให้ทำทุกวันเพื่อให้เรามีนิสัยแบบคนเก่งและเมื่อเรามีนิสัยแบบคนเก่งแล้ว ความเก่งจะไม่มีวันหายไปจากตัวเราอีกเลย..เพราะมันไม่ได้มาจากการฝึกฝน แต่ความเก่งคือนิสัยของเรานั่นเอง

มาสร้างนิสัยแบบคนเก่งกันเลยค่ะ

 

1.  ดื่มน้ำ  2 แก้วภายใน 30 นาทีหลังจากตื่นนอน

น้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับร่างกายของเรา เพราะไม่ว่าจะเป็นเลือดหรือของเหลวต่างๆในร่างกายของเรานั้นล้วนมีน้ำเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น แต่ในระหว่างที่เรานอนหลับนั้น ร่างกายของเราไม่ได้รับน้ำเลยกว่า  6-9 ชั่วโมง การดื่มนำ้  2 ทันทีหลังจากตื่นนอนจะช่วยให้ร่างกายเราสามารถได้รับน้ำเพื่อไปทดแทนช่วงเวลานอนที่เราไม่ได้ดื่มน้ำเลย และช่วยส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานในระบบของร่างกายเรานั้นดีขึ้น โดยเฉพาะระบบสมองของเรา หากสมองของเราได้รับเลือด (ซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำ) ไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่ขาดน้ำอย่างแน่นอน

2. อ่านเกร็ดความรู้หรือบทความสั้นๆ ในระหว่างรับประทานอาหารเช้า

จริงๆ แล้วบางคนอาจชอบอ่านหนังสือพิมพ์ทุกๆ เช้ากันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ หรือไม่ก็ต้องเช็ค Facebook หรือ Social Media ทุกเช้า ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูหน้า Feed ไปเรื่อยๆ จริงๆ การมีนิสัยเหล่านี้ถือได้ว่ามีประโยชน์ต่อเรามากเลยค่ะ เพียงแต่เราอาจจะต้องเลือกอ่านให้เหมาะสมเท่านั้นเอง

ถ้าชอบอ่านหนังสือพิมพ์ แทนการอ่านข่าวฆาตกรรม หรือซุบซิบดาราที่ไม่ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย ลองเปลี่ยนมาเป็นหาอ่านข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจหรือบทความความรู้ที่มีอยู่ในหนังสือก็ได้
ถ้าชอบใช้ Facebook ทุกวัน มีสมาร์ทโฟนติดตัวอยู่เสมอ แทนที่จะดู Feed ที่มีแต่เรื่องราวของคนอื่นหรือภาพถ่ายเซลฟี่ ที่ไม่ช่วยให้เกิดประโยชน์เลย ลองเปลี่ยนมาหาบทความความรู้ดีดีอ่าน อย่างในตลาดปัญญาก็มีบทความมากมายให้เลือกได้ตามในชอบ (สนใจอ่านบทความอื่นๆ คลิก) หรือจะกด like เพจในเฟสบุ๊คที่ให้ความรู้ต่างๆ เพื่อที่เวลามาเลื่อนดู Feed ข่าว ก็จะมีเรื่องราวจากเพจเหล่านี้ขึ้นมาให้เราได้เลือกอ่าน เชื่อมั้ยคะว่า ถ้าเราเห็นสิ่งเหล่านี้ซ้ำๆ ทุกวัน มันจะกลายเป็นความชอบของเราไปโดยปริยาย

3. ฟัง Audio book ระหว่างขับรถ เดินทาง หรือแม้กระทั่งตอนไปฟิตเนส

วิธีการนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ ปกติเวลาที่เราไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะเป็นขับรถไปทำงาน นั่งรถสาธารณะกลับบ้าน หรือไปออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน ช่วงเวลาไหนที่ปกติเราจะฟังเพลงไปด้วย เปลี่ยนจากเพลงมาป็น Audiobook  ไม่ว่าจะเป็นการฟังจากแผ่นซีดี หรือโหลดไว้ในสมาร์ทโฟนของเรา การฟังในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องไปตั้งใจฟังเพื่อความเข้าใจหรืออะไรแบบนั้นนะคะ ให้เป็นเหมือนเสียงประกอบกิจกรรมของเรามากกว่า ตามหลักการจิตวิทยา อะไรที่เราฟังผ่านหูไปบ่อยๆ ทุกวัน วันหนึ่งมันจะเข้ามาอยู่ในระบบความจำของเราโดยอัตโนมัติ และไม่ลืมง่ายๆ ด้วยค่ะ

เชื่อมั้ยว่าเราเคยใช้วิธีนี้กับการฟังไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ไม่เคยฟังอย่างตั้งใจเลย แต่อยู่ดีดีวันหนึ่งพอได้มาใช้กลับจำได้ขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ

4. จิบชาเขียวระหว่างทำงาน

ในชาเขียวจะมีกรดอะมีโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Theanine ที่ช่วยให้สมองปลดปล่อยคลื่นสมองอัลฟา (Alpha Brain Wave) มากขึ้น และลดการปลดปล่อยคลื่นสมอง เบต้า (Beta Brain Wave) ลง ซึ่งทำให้เกิดความผ่อนคลาย (Relaxation) และลดความเครียดได้ เป็นการส่งเสริมให้มีจิตใจที่สงบ มีสมาธิมากขึ้น ไม่หงุดหงิดง่าย ช่วยให้ลำดับความคิดเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น

5.  งีบหลับระหว่างวัน

การงีบหลับในระยะเวลาสั้นๆ เปรียบเสมือนการรีเซ็ตสมองที่เหนื่อยล้าของเรา ให้กลับมาสดชื่นและมีประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการงีบคือช่วงเวลาตั้งแต่ 12.00 – 16.00 น. โดยควรใช้เวลางีบแค่ 10-20 นาที เพราะเวลาเพียงแค่ 10-20 นาทีจะทำให้การนอนของเราอยู่ในช่วง non-rapid eye movement (NREM)  เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะตื่นขึ้นมาแล้วกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง สมองโปร่งใสหรือลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่ได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่มีอาการสะลึมสะลือ

6. อย่าทานของหวานมากจนเกินไป

น้ำตาลช่วยให้สมองแล่นก็จริง แต่การมีน้ำตาลในเลือดมากจนเกินไปและต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานจะส่งผลต่อการเรียนรู้และความจำของสมอง ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องตัดหวานออกไปเลย เราสามารถทานหวานได้ แต่ไม่ควรมากจนเกินไปและเลือกที่จะรับความหวานจากผลไม้แทนน้ำตาลสังเคราะห์

7. ใช้ Social Media เพียงสองสามครั้งต่อวัน

โดยปกติแล้วสมองของเราจะรับข้อมูลทุกอย่างที่เข้ามา แต่ถ้าเรารับข้อมูลทุกอย่างมากมายในเวลาอันรวดเร็ว จะส่งผลให้เรากลายเป็นคนมีสมาธิสั้น ไม่สามารถมีสมาธิกับอะไรได้นานๆ ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเราหยุดชะงักและถูกทำลายได้ ซึ่งมันก็คล้ายกับการที่เราดูอะไรไร้สาระในทีวีไปเรื่อยๆ ที่ไม่ช่วยให้เกิดประโยชน์อะไรเลย ดังนั้นการกำหนดช่วงเวลาใช้โซเชียลมีเดียจะช่วยให้เรามีสมาธิและสามารถโฟกัสกับงานอื่นๆ ของเราได้มากขึ้น

8. เล่นเกมเพื่อผ่อนคลายแทนการดูละครหรือภาพยนตร์

การดูละครหรือภาพยนตร์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย แต่ไม่ได้กระตุ้นการทำงานของสมองของเรามากเท่าการเล่นเกม เพราะในการเล่มเกมนั้นสมองจะใช้การประมวลผลสูง อย่างไรก็ตามเราควรเลือกเล่มเกมประเภทเกมภาษา เกมตะลุยด่าน หรือเกมจำลองสถานการณ์เพื่อกระตุ้นให้เราได้ใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ หาทางแก้ไขเพื่อที่จะผ่านไปยังด่านต่างๆ และไม่ควรเล่นเกมแอคชั่นที่เล่นเพื่อความสะใจแต่เพียงอย่างเดียว เพราะการเล่นเกมแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อกระบวนการทำงานสมองของเรา

แต่ถ้าคิดว่าการเล่มเกมมันไม่ใช่ทางของเราจริงๆ ชอบดูละครและภาพยนตร์ ก็อาจจะลองเปลี่ยนแนวละคร ภาพยนตร์  เลือกดูชีรี่ย์สืบสวนอย่าง CSI แทนการดูละครน้ำเน่าที่ไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลยก็ได้ค่ะ

9. อ่านหนังสือแทนการดูทีวี

ข้อนี้คล้ายๆ กับข้อ  8  เลยค่ะ เพราะการอ่านหนังสือช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้เกิดการประมวลผลเช่นเดียวกับการเล่นเกมเลย

10. ขยับร่างกายบ่อยๆ

ร่างกายและจิตใจของเรานั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างมหาศาล การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยพัฒนาสมองของเรา ไม่จำเป็นต้องเข้ายิมทุกวัน (แต่ถ้าทำได้ก็ดีนะคะ) แต่แค่เพียงขยับร่างกายบ่อยๆ เดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ , ทำความสะอาดบ้าน, พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น หรือลุกขึ้นมาขยับไปมากสัก 10-15 วินาทีทุกๆ ชั่วโมง

11. อยู่กับคนเก่งๆ

อยากเป็นคนแบบไหน เราต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น ดังนั้นถ้าเราอยากเป็นคนเก่ง ก็ต้องอยู่กับคนเก่ง การอยู่ในสภาพแวดล้อมของคนเก่งจะทำให้เราซึมซับนิสัย และเรียนรู้กระบวนการคิดของพวกเขาไปโดยที่เราไม่รู้ตัว

12. ทำความเข้าใจคนที่คิดต่างจากเรา

พยายามไปทำความรู้จัก (อย่างเป็นมิตร) กับคนที่มีความคิดแตกต่างจากเรา และสนทนากับพวกเขาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเอาชนะ แต่เลือกที่จะเรียนรู้กระบวนการคิดของผู้อื่น และทำความเข้าใจพวกเขาจะทำให้เราสามารถเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้น มีมุมมองที่กว้างขึ้น และรู้จักคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลด้วยค่ะ

13. เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติและต้นไม้

การอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินั้นมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การได้รับอากาศบริสุทธิ์ที่ช่วยให้สมองของเราปลอดโปร่งจากการได้รับอ็อกซิเจนธรรมชาติ นอกจากนั้นการอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินั้นจะช่วยให้เรามีจิตใจที่เย็นลง ส่วนการเดินจะช่วยให้เรามีระบบไหลเวียนโลหิตที่ดี อาจจะลองแวะหาเวลาไปเดินเล่นช่วงเลิกงานสัก 10-20 นาที หรือช่วงที่เรารู้สึกเครียดๆ หัวตื้น คิดอะไรไม่ออก การไปเดินที่สวนสารธารณะหรืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะช่วยเราได้เยอะเลย

14.  พกอะไรติดตัวไว้จดอยู่เสมอ

อยากเป็นแบบ DaVinci เราต้องคิดให้เหมือน DaVinci นั่นก็คือการพกอะไรติดตัวเพื่อจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ อยู่เสมอ เราสามารถใช้มันเพื่อบันทึกไอเดียที่เราเกิดปิ๊งขึ้นมา สเก็ตภาพ และบันถึงสิ่งต่างๆที่เราสนใจและเกิดคำถาม เพื่อที่นำสิ่งเหล่านี้ไปหาคำตอบและสร้างสิ่งใหม่ๆ การจดบันทึกลักษณะนี้จะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการคิดด้านตรรกศาสตร์อีกด้วย

15. ใช้เวลา 10 นาทีต่อวันเพื่อวางแผนสิ่งที่จะทำในวันต่อไป

การวางแผนสิ่งที่เราจะทำในวันต่อไป จะช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยวางแผนว่าวันต่อไปจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งมันจะส่งผลให้เราต้องยุ่งทั้งวันเพื่อทำสิ่งต่างๆ ให้เสร็จ โดยไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อน แต่หากเรามีการวางแผนไว้ เช้าวันต่อมาเราจะรู้ว่าเราต้องทำอะไร และสามารถทำงานได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน อาจจะดูเหมือนยาก แต่รู้หรือไม่ว่า การทำแบบนี้ทุกวันจะทำให้เรากลายเป็นคนที่เก่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว จากการที่เราสามารถจัดการสิ่งที่ยากๆและวุ่นวายให้เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพได้

 

มีทฤษฏีหนึ่งของ Dr. Maxwell Maltz ที่บอกว่าหากเราทำอะไรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา  21 วัน สิ่งที่เราทำนั้นจะเปลี่ยนเป็นนิสัยของเราอย่างถาวร ลองทำทั้ง 15 ข้อนี้ดูสัก  21 วัน เราเชื่อว่าคุณจะพบผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 

English-00

 

สุดท้ายนี้ : เรา ตลาดปัญญา.com อยากจะแนะนำคอร์สออนไลน์
“Unlock Your English Skill : The Psychology of Language” สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้ภาษา โดยเฉพาะการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในคอร์สออนไลน์นี้จะสอนโดยกลวิธีที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองที่เรียกว่า “จิตวิทยาแห่งภาษา” พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช่การยัดเยียดให้เรียนภาษาอังกฤษ ไม่ได้มาสอนให้ท่องจำ แต่จะสอนสร้างนิสัย เก่งภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนทุกคน” เพราะเพียงเรามีนิสัยแบบคนเก่งภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเรียนในระดับที่ยากมากขนาดไหนก็ตาม

 

สำหรับใครที่สนใจความรู้ใหม่ ไอเดียในการทำธุรกิจ การสร้างอาชีพ การตลาดออนไลน์ การพัฒนาตัวเอง ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จสามารถแนะนำหัวข้อที่อยากรู้เข้ามาได้โดยการ comment ไว้ด้านล่างนี้ หรือในช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา ไม่ว่าจะเป็นที่ แฟนเพจตลาดปัญญา  หรือลงทะเบียนสมัครสมาชิกเว็บไซต์ (ฟรี) >>คลิก!สมัครสมาชิก<<

 

ต้องการอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม >> คลิก

แล้วพบกันใหม่ ในบทความหน้านะคะ

บรรณาธิการ : ตลาดปัญญา.com แหล่งรวมคอร์สออนไลน์คุณภาพ

ความเห็น

Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2019 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คอร์สไหน..
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ?