10 ไอเดียเจ๋งๆ พลิกวิกฤตเดือนชนเดือนเป็นมีเงินเก็บเต็มกระเป๋า

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรก็ตามเรื่องการบริหารจัดการเงินถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้เลยจริงมั้ยคะ

ปัญหาที่คนส่วนใหญ่มักจะต้องพบเจอกันอยู่บ่อยๆ ก็คือปัญหาการใช้เงินเดือนชนเดือน จนทำให้สุดท้ายไม่มีเงินเก็บ เวลาเกิดปัญหาเลยไม่มีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายต้องไปกู้เงินหรือรูดบัตรเครดิตที่ทำให้ต้องเจอภาระเรื่องดอกเบี้ยเพิ่มเข้ามาอีก สุดท้ายเรื่องเงินเก็บเลยไม่ต้องพูดถึงเลย แค่ผ่อนเงินกู้ก็ปวดหัวแล้ว จนบางครั้งเราก็สะสมปัญหาเหล่านี้ไว้จนกลายเป็นความเครียดแบบที่เราไม่รู้ตัว

แต่รู้หรือไม่คะว่าจริงๆ แล้ว การมีเงินเก็บไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่เราไม่รู้วิธีแค่นั้นเอง วันนี้ ตลาดปัญญา.com จะพาทุกท่านไปดูเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้มีเงินเหลือสำหรับเป็นเงินเก็บเยอะขึ้น แอบบอกด้วยค่ะว่า วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่มหาเศรษฐิส่วนใหญ่ใช้กันด้วยนะ

 

1. ธนาคารที่ดีต้องฟรีค่าธรรมเนียม

money-1สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้เป็นอย่างมาก คือ เลือกธนาคารที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการต่างๆ หรือเลือกธนาคารที่ค่าธรรมเนียมถูกที่สุด เริ่มตั้งแต่การทำบัตร ATM  เลยค่ะ โดยปกติถ้าเราเลือกใช้บัตร ATM แบบธรรมดา ธนาคารบางแห่งจะไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี อาจจะมีแค่ค่าธรรมเนียมออกบัตร แต่ถ้าเป็นบัตรที่พ่วงประกันเข้ามาด้วยแล้วล่ะก็ มีค่าธรรมเนียมรายปีแน่นอนค่ะ วิธีการที่ดีที่สุดคือเวลาไปเปิดบัญชีให้ตรวจสอบกับ Call-Center ของธนาคารนั้นๆ ก่อนว่ามีบัตร ATM แบบธรรมดาหรือเปล่า แล้วไปแจ้งที่หน้าเคาเตอร์ว่าต้องการทำบัตร ATM แบบธรรมดาค่ะ

2. ตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบบัญชีออมทรัพย์หรือ Book bank ของเราอย่างสม่ำเสมอนั้นช่วยให้เราไม่พลาดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นโดยที่เราไม่รู้ตัว เหตุการที่เกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยตรวจสอบยอดบัญชีของตัวเองคือ บางครั้งจะพบว่ามีการหักค่าประกันบางอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจสมัคร หรือเผลอไปสมัครโดยไม่รู้ตัว (ก็ตอนง่วงๆ หรือตอนยุ่งๆ แล้วโดนประกันทางโทรศัพท์ชวนทำนั่นแหละ) อาจจะเพียงเดือนละไม่กี่ร้อยบาท แต่ถ้าหลายเดือนเข้ามันก็เป็นเงินหลายพันได้เลยจริงมั้ยคะ ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอนะคะ

3. ใช้กฎ 30 วันสิ ได้ผลสุดๆ

กฎ 30 วันเป็นกฎที่ใช้ได้ผลสุดๆ เวลาที่เราต้องการซื้ออะไรสักอย่าง โดยกฎนี้มีวิธีการแสนจะง่ายดาย คือ เวลาที่เราต้องการของอะไรสักอย่าง อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อในตอนนั้น แต่ปล่อยให้เวลาผ่านไปจนครบ 30 วันแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งนึง กฏนี้เป็นพื้นฐานทางจิตวิทยาง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราซื้อสินค้าที่เราต้องการอย่างแท้จริง ไม่ใช่ซื้อเพราะแรงจูงใจภายนอกแล้วพบว่าเมื่อซื้อมาเราไม่ได้ใช้หรือไม่ต้องการมันเลย

4. ระบุสิ่งที่ต้องการจะซื้อก่อนออกไป Shopping

shopping-list

การลิสต์รายการของที่ต้องการก่อนซื้อนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประหยัดเงินได้เยอะเลยค่ะ เพราะการที่เรารู้ว่าจะซื้ออะไรบ้าง จะทำให้เราเลือกซื้อเท่าที่จำเป็น และไม่ซื้อของอื่นๆ เกินความจำเป็น ดังนั้นก่อนที่จะไปร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ลองเช็คในตู้เย็น ห้องครัว ของใช้ในบ้านก่อนว่าเราขาดอะไรบ้าง และมีอะไรที่ต้องซื้อ แล้วค่อยไปซื้อค่ะ

5. ซื้อของช่วงต้นเดือนและปลายเดือนสิ

นอกจากวิธีการลิสต์รายการสินค้าจะเป็นเหมือนกฎสำคัญที่ต้องทำแล้ว อีกเคล็ดลับหนึ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงเลยก็คือ การซื้อของเข้าบ้านช่วงต้นเดือนหรือปลายเดือนค่ะ เพราะว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแจกคูปองส่วนลดท้ายบิลเยอะมาก ลดกันตั้งแต่ 10 บาทจนถึง 500 ยังมีเลยค่ะ

6.  ถ้าเลิกใช้บัตรเครดิตไม่ได้ ก็ใช้บัตรเครดิตแบบให้เหลือเงินเก็บ

การใช้บัตรเครดิตก็เป็นเหมือนดาบสองคม ถ้าเราใช้เป็นก็เกิดประโยชน์ แต่ถ้าใช้ผิดเป็นเป็นหนี้จนน้ำตาตกในเหมือนกันค่ะ ลองมาดูวิธีการใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิต ที่เราสรุปมาให้ดูกันสั้นๆ ค่ะ

  • เลือกบัตรเครดิตที่ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
  • เลือกบัตรเครดิตประเภท Cash Back (มีเงินคืน)
  • หากใช้บัตรแบบสะสมคะแนน ให้ใช้บัตรชำระสินค้าตามยอดที่เราสามารถจ่ายได้ และจ่ายคืนเต็มจำนวนภายในกำหนดชำระ เพราะจะไม่เสียดอกเบี้ย และได้คะแนนด้วย

7. ความลับของ “วันหมดอายุ” ในอาหาร

จริงๆ แล้ววันหมดอายุบนอาหารนั้นสามารถยืดไปได้อีก 2 วันหากเราแช่อาหารเหล่านั้นไว้ในตู้เย็น โดยวิธีการง่ายๆ ที่จะตรวจสอบว่ามันเสียหรือไม่ก็คือการลองดมกลิ่นดูค่ะ เคล็ดลับเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ตอนเราเลือกซื้ออาหารตามซุปเปอร์มาร์เก็ต เพราะโดยปกติเวลาอาหารใกล้ถึงวันหมดอายุ อาหารเหล่านั้นจะถูกนำมาลดราคาแบบแทบจะครึ่งต่อครึ่งของราคาเต็มเลยล่ะค่ะ การเลือกซื้อแบบนี้จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

8. อ่านมากขึ้น

เชื่อมั้ยคะว่าแค่เราอ่านมากขึ้น เราก็มีเงินเก็บมากขึ้นได้  เพราะการอ่านมากขึ้นทำให้เราเรียนรู้ได้มากขึ้นตามไปด้วย แค่เราลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตหรือแม้แต่ห้องสมุดสาธารณะ การอ่านจะช่วยให้เราค้นพบวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมสิ่งของ หรือส่วนลดพิเศษต่างๆ ที่น่าสนใจ กิจกรรมฟรีที่จะช่วยเสริมทักษะ หรือสร้างอาชีพให้เรา หรือแม้แต่ตอนที่คุณกำลังอ่านบทความนี้ เราก็เชื่อว่าคุณต้องได้ไอเดียดีดีไปใช้อย่างแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ

9. หากคุณใช้รถยนต์ อย่าลืมตรวจวัดลมยางอย่างสม่ำเสมอ

อย่าลืมที่จะเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดมาตรฐาน ทั้งล้อหน้าและล้อหลังเลยนะคะ เพราะถ้าลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางมีความเสียดสีมาก ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถยนต์ของเราสิ้นเปลืองน้ำมันมากค่ะ

10. จัดการหนี้ที่มีอยู่

การมีหนี้เรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญของการมีเงินเก็บเลยล่ะค่ะ วิธีการง่ายๆ ในการปลดหนี้ที่ใครใครหลายคนใช้แล้วได้ผลก็คือ หากคุณมีหนี้กับหลายธนาคาร หลายสินเชื่อ ต้องรีบปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงสุดให้หมดก่อนเป็นอันดับแรก และอย่าลืมที่จะติดต่อธนาคารเพื่อขอส่วนลดพิเศษในการปิดยอดหนี้ด้วยนะคะ  เพราะในความจริงแล้วธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ จะมีส่วนลดพิเศษสำหรับการปิดยอดหนี้และสามารถ Waive ค่าธรรมเนียมบางอย่างได้ด้วยค่ะ

 

you_can_do

 

และนี่คือ 10 ไอเดียเจ๋งๆ ที่จะช่วยให้มีเงินเหลือเก็บได้เยอะขึ้นมากเลยล่ะค่ะ ลองไปเช็คกันดูนะคะว่ามีข้อไหนที่ยังไม่เคยลองทำ หรือข้อไหนที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว พยายามทำให้ได้แบบนี้อย่างสม่ำเสมอและทำให้เป็นนิสัย รับรองได้เลยว่าวิกฤตเดือนชนเดือนและปัญหาไม่มีเงินเก็บยามฉุกเฉินจะต้องหายไปจากตัวคุณอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจความรู้ใหม่ ไอเดียในการทำธุรกิจ การสร้างอาชีพ การตลาดออนไลน์ การพัฒนาตัวเอง ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จสามารถแนะนำหัวข้อที่อยากรู้เข้ามาได้โดยการ comment ไว้ด้านล่างนี้ หรือในช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา ไม่ว่าจะเป็นที่ แฟนเพจตลาดปัญญา  หรือลงทะเบียนสมัครสมาชิกเว็บไซต์ (ฟรี) >>คลิก!สมัครสมาชิก<<

 

ต้องการอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม >> คลิก

แล้วพบกันใหม่ ในบทความหน้านะคะ

บรรณาธิการ : ตลาดปัญญา.com แหล่งรวมคอร์สออนไลน์คุณภาพ

logot

 

 

 

 

 

 

ความเห็น

Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2019 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คอร์สไหน..
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ?