วิเคราะห์ Trend ข้อสอบ CU-TEP ในรอบ 10 ปี

ก่อนอื่นเลย ต้องออกตัวก่อนว่า ถ้าจะมาเล่าเรื่องข้อสอบ CU-TEP ในรอบ 10 ปีได้นั้น แปลว่าคุณต้องมีอายุมากประมาณนึง ที่อยู่กับเจ้าข้อสอบนี้มาได้เป็น 10 ปี และ ใช่ค่ะ แอดมินก็เคยสอบข้อสอบชุดนี้ สมัยแรกๆ เลยก็ว่าได้แต่บอกก่อนนะ แอดมินสอบครั้งเดียวเท่านั้นตอนเรียน หลังจากนั้นก็ไม่ได้สอบเลย หากจะให้ “วิเคราะห์ Trend ข้อสอบ CU-TEP ในรอบ 10 ปี” คงไม่ถนัดแน่ ให้ผู้ที่เชี่ยวชาญน่าจะดีกว่าและวันนี้ เราจะกลับมาสัมภาษณ์ จุฬาติวเตอร์ สถาบันสอน CU-TEP ตั้งแต่ข้อสอบฉบับแรก จนถึง ปัจจุบันมากกว่า 10 ปี เรียกว่าอยู่กับข้อสอบมาช่วงเวลาทศวรรษจริงๆ แก่จังเลย ฮ่าๆๆ แต่ความแก่ก็ทำให้ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างเพื่อมาเล่าให้ทุกคนได้ฟัง ว่า Trend ข้อสอบ CU-TEP เป็นอย่างไรกันบ้าง ไปดูกันทีละประเด็นกันเลยค่ะ

ภาพรวมข้อสอบ CU-TEP

จำนวนข้อสอบนั้นเท่าเดิมค่ะ 120 ข้อ แบ่งเป็น Listening 30 ข้อ Reading 60 ข้อ และ Writing (error) 30 ข้อ ระยะเวลาในการทำข้อสอบก็เท่าเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง จะมีปรับนิดหน่อยคือ การวัดผลคะแนน คะแนนเต็มคือ 120 คะแนน อันนี้เหมือนเดิมอย่างไหนอย่างนั้น แต่ในช่วงแรกๆ ยังมีการบอกคะแนนเพื่อเทียบกับคะแนน TOEFL แบบเก่า ที่คะแนนเต็ม 700 คะแนนอยู่บ้าง โดยเป็นการเทียบแบบคร่าวๆ ต้อง +/- 27 คะแนน ซึ่งควรยึดที่ตัวคะแนนเต็ม 120 มากกว่า เพราะข้อสอบคนละตัวกัน

วิธีการสมัครสอบ CU-TEP

การสมัครสอบก็ต้องสมัครโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร และต้องสมัครผ่าน Website : www.atc.chula.ac.th กฏ กติกาในการสอบก็เหมือนเดิมค่ะ เป็นมาตรฐานของการไปสอบทั่วไป สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนก็คือค่าสมัครสอบ จาก 700 บาท เพิ่งขึ้นราคาเป็น 900 บาทเมื่อปีที่แล้วนี้เองจ้า

ข้อสอบ CU-TEP Listening

ช่วงสมัยเอ๊าะๆ นั้น ข้อสอบ CU-TEP listening เป็นพาร์ทที่คนส่วนใหญ่ 99.99% จะได้คะแนนดีที่สุด ในบรรดาทั้ง 3 พาร์ท ซึ่งในช่วง 15 ข้อแรก ที่เป็น conversation นั้นจะเป็นส่วนที่นักเรียนส่วนใหญ่บอกว่าง่ายที่สุด คือฟังออก ก็ตอบคำถามได้น่ะ แต่ทว่า ความง่ายๆ ก็ได้มาเปลี่ยนเป็นความยากมากขึ้นใน 2-3 ปีมานี้ ซึ่งความยากมาในรูปแบบของคำถาม (อาจจะมีสำเนียงที่ฟังยากๆ มาบ้าง เช่น British จ๋า แต่ก็ไม่บ่อย) คำถามเป็นส่วนที่ทำให้ข้อสอบ CU-TEP listening ยากขึ้น เพราะนอกจากจะต้องตั้งใจฟังบทสนทนาหรือเรื่องที่พูดแล้ว ยังต้องฟังคำถามให้ดีด้วย ว่าโจทย์ถามอะไร และต้องการให้ตอบอะไร คำถาม CU-TEP listening ยุคนี้ จะเป็นลักษณะ

  • What can be implied from this conversation?
  • What does the woman should to do next?
  • Where does the two speakers?
  • What is the man/woman going to do next?
  • What can be inferred from the conversation?

ซึ่งคำถามเหล่านี้ จะต้องใช้ความคิดต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลจากที่ได้ฟังมาประกอบกับโจทย์ และตัวเลือก เพื่อตอบคำถามนั้น จากเดิม CU-TEP listening ยุคแรกๆ ถ้าจะทำไม่ทันบ้างก็อาจจะเพราะฟังไม่ทัน ไม่รู้ศัพท์ แต่ยุคนี้ ต้องเพิ่มการตีความบทสนทนาไปอีก สงสัยเพราะแบบเดิมมันง่ายจนเกินไปมั้งคะ

ข้อสอบ CU-TEP Reading

สมัยสอบ CU-TEP ช่วงแรกๆ ยังเจอภาพข้อสอบ Cloze test ที่แยกมา 2 ส่วน เป็นแบบ 10 ข้อ กับ 5 ข้อบ้าง และก็เจอรูปแบบ passage ที่มากกว่า 6 passage และคำถามแต่ละข้อเฉลี่ยๆ กันจนครบจำนวน 60 ข้อ หมวดเนื้อหานั้น ก็จะแบ่งชัดเจน เหตุการณ์ข่าวจากทั่วโลก สังคมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี งานค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สถานที่ท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ ซึ่งในการออกข้อสอบ CU-TEP Reading แต่ละครั้งก็จะมีหมวดเนื้อหาเหล่านี้ สลับกันมากทุกครั้ง

โดยช่วงปีหลังที่ผ่านมา ข้อสอบ CU-TEP Reading ก็จะเหลือโครงสร้างจำนวน 6 passage แบ่งเป็น Cloze test 15 ข้อ Short passage 5 ข้อ และ Long passage อีก 40 ข้อ (1 passage 10 ข้อ) พักหลังๆ หมวดเนื้อหายอดฮิตที่เจอทุกครั้งของข้อสอบ CU-TEP Reading คือเรื่องสภาวะโลกร้อน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ (เน้นจีน) ข่าวประเทศโลกที่สาม นวัตกรรม และประวัติศาสตร์หรือสถานที่ท่องเที่ยว ที่มักจะเป็น passage สุดท้าย ย้ำว่าเจอทุกครั้ง เพราะไปสอบมาเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า คำศัพท์ในหมวดหมู่เหล่านี้ก็จะวนเวียนมาให้พบเห็นในข้อสอบเป็นประจำ ก็อย่าลืมท่องกันนะคะ เพราะว่าข้อสอบชอบถามจริงๆ ป้าคอนเฟิร์ม และถ้าเรารู้ศัพท์เยอะ เราจะอ่านเรื่องได้เร็วมากขึ้น และป้าก็คิดว่า สถานการณ์โลกปัจจุบัน มีข่าวสารมากมายเกิดขึ้นทุกวัน ทั้ง ISIS ทั้ง NORTH KOREA ทั้ง TRUMP แห่ง USA ไหนจะ BREXIT และมีเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส อีกสิ่งเหล่านี้มันจะมาอยู่ในข้อสอบแน่ๆ เพราะที่เคยเจอที่ผ่านมาก็เจอเรื่องจีน ผู้นำเศรษฐกิจยุคใหม่ เรื่องปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา (ตอนนั้นข่าวกำลังดังในไทย) การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ตอนนั้นกำลังหาเสียงกันอย่างหนัก) เรื่องปัญหาในซีเรีย (ตอนนั้นระเบิดเพิ่งลงซีเรีย) หมั่นติดตามข่าวสารให้ดีๆ มีความรู้รอบตัวประดับไว้ มันช่วยให้เราเข้าใจเรื่องเร็วขึ้นกว่าคนอื่นค่ะ

ข้อสอบ CU-TEP Writing (error)

CU-TEP Writing นี้เห็นจะเป็นพาร์ทเดียวที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทั้งยุคก่อน ยุคปัจจุบัน และคิดว่าในอนาคตก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรมากขึ้นได้ เพราะไวยากรณ์อังกฤษเป็นสิ่งตายตัว ทฤษฎีมีอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถบิดเบือนไปได้ ความยากของ CU-TEP Writing นี้คือ ความซับซ้อนของประโยคที่จะทำให้เรามองหาที่ผิดได้ยากขึ้น คำศัพท์ที่ทำให้เราแปลโจทย์ไม่ออก และเวลาจำกัดที่ทำให้เราทำไม่ทัน

การจะทำ CU-TEP Writing ให้ได้คะแนนดี ขอ 3 อย่าง

  1. ไวยากรณ์แม่น
  2. ฝึกทำบ่อยๆ ดูแนวโจทย์เยอะๆ
  3. สติและสมาธิ

จะได้ทำถูกและทำทันเวลา พาร์ทนี้เนี่ย ป้าขอบอกเลยว่าถ้าใครฝึกทำโจทย์บ่อยๆ จะเห็นแนวข้อสอบ CU-TEP เยอะมาก และจะรู้เลยว่าข้อสอบมันก็ออกวนไปวนมา เรื่องนั้นเรื่องนี้ จะหลอกยังไงบ้าง จะพลาดก็ไม่กี่ข้อที่ยากจริงๆ ผิดพอเป็นพิธี เชื่อเถอะค่ะ จะเกิดผล!

ทั้งหมดที่บอกมานี้ ก็คือ Trend ของข้อสอบ CU-TEP นั่นแหละจ้า อ่านแล้วก็ขอให้ปฏิบัติตาม เตรียมตัวให้ถูกทาง แล้วรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็รอเปิดรับน้องๆ ทุกคนอยู่ค่ะ มามะ มาเป็นนิสิตรั้วจามจุรีกันเร็วๆ เพิ่งจะครบ 100 ปีไปเองนะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับรั้วสีชมพูกันจ้ะ

สำหรับวันนี้ทาง ตลาดปัญญา ก็ต้องขอขอบคุณ สถาบันจุฬาติวเตอร์ สถาบันสอน CU-TEP ( https://www.chulatutor.com/cu-tep/ ) ที่มาร่วมแบ่งปันเทคนิคทำข้อสอบให้กับพวกเราส่วนฉบับหน้าจะเป็นข้อสอบ IGCSE GED SAT SAT-II หรือข้อสอบชุดไหนต้องติดในครั้งต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ

ความเห็น

30 เมษายน 2017
Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2016 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คอร์สไหน..
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ?