เปลี่ยน 9 อย่างนี้..การเงินจะดี๊ดีทันตาเห็น

ใช่คุณหรือเปล่า..ที่อยากมีฐานะการเงินดีขึ้น เก็บออมได้มากขึ้น มีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น บทความนี้จะบอกวิธีปรับเปลี่ยนทัศนคติและการกระทำของคุณที่จะช่วยให้ฐานะการเงินดีขึ้น และแน่นอน..ตามมาด้วย “ชีวิตดี๊ดี”

บางครั้งการปรับเปลี่ยนมุมมองและการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ก็ส่งผลเปลี่ยนแปลงถึงเงินเก็บในบัญชีของคุณอย่างไม่น่าเชื่อ และยิ่งทำ..ก็ยิ่งเห็นผล

ไม่เชื่อ..ลองพิจารณาเคล็ดลับ 9 ข้อต่อไปนี้

1. มองหาลู่ทางทำเงินจากสิ่งที่ไม่ใช่งานประจำ

ถ้าเราทำอะไรแบบเดิมๆ ก็ย่อมได้ผลแบบเดิมๆ ถ้าเราทำงานประจำอย่างเดียว เราก็มีรายได้แหล่งเดียว รายจ่ายก็ fix อยู่แล้ว ถ้าไม่พอ..ก็คือไม่พอต่อไป ถ้าไม่มีเงินเหลือเก็บ..ก็ไม่มีเงินเหลือเก็บต่อไป

หลายคนมักเอาเวลายามว่างไปใช้ในทางไม่สร้างสรรค์ ยิ่งถ้าเงินเดือนไม่พอใช้หรือตึงๆ อยู่แล้ว แต่เอาเวลาที่เหลือไปท่องเที่ยว ดูหนังฟังเพลง ช้อปปิ้งสะสมสิ่งของที่ไม่จำเป็น ชีวิตก็ยิ่งติดลบ

กลับกัน ทำไมเราไม่คิดเยอะๆ ว่าเราจะสามารถใช้เวลาที่เหลือในการสร้างรายได้ช่องทางจากช่องทางอื่นได้อีกหรือไม่ คิดไว้สัก 3-4 ช่องทาง แล้วลงมือทำเลย ไม่ลองไม่รู้ ไม่ทำไม่เห็นผล ตัวอย่างเช่น

  • เอาความรู้ที่มี (หรือศึกษาเพิ่มเติมให้เข้มข้น) มาเขียนเป็น e-Book ขาย
  • เขียนหนังสือก็ได้ ทำแบบ Print-on-demand ก็ได้
  • หรือไม่ก็เดินจตุจักรหาสินค้าไปโพสต์ขายบน Amazon.com
  • หรือถ้าไม่อยากลงทุน ก็ทำแบบ pre-order ก็ได้


2. หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

ไม่มีคนรวยคนไหนใช้ ‘ความรู้เพียงเท่าที่เรียนจบมา’ ไปตลอดชีวิต เจ้าสัวบางท่านจบเพียงแค่ ป.4 แต่พวกเขาเหล่านั้นเรียนรู้จากการทำงาน การสังเกต/จดจำจากผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน แล้วพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

คนเราควร “รู้บางสิ่งบางอย่างในทุกๆ อย่าง” (รู้กว้าง) และ “รู้ทุกสิ่งทุกอย่างในบางสิ่งบางอย่าง” (รู้ลึก) คนเรามีความสนใจบางอย่างอยู่แล้ว ก็เรียนรู้เพิ่มเติมให้ลึกไปเลย แล้วนำมันมาใช้ประโยชน์ เปลี่ยนมันเป็นเงิน (ที่ฝรั่งเรียกว่า monetize หรือ capitalize) ของฟรีก็มีให้เรียนเต็มเว็บไปหมด ไม่ใช่เวลาหมดไปกับ Facebook/YouTube เพื่อการบันเทิงอย่างเดียว

ถ้ามีเงินลงทุนสักเล็กน้อย ก็ลงทุนกับการเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือ เข้าฟังสัมมนา (ได้ทั้งความรู้และคอนเน็คชั่น) หรือเรียนออนไลน์


3. ตั้งเป้าหมายทางการเงิน

เราจะไม่มีวันบรรลุเป้าหมาย ถ้าเราไม่มีเป้าหมาย

เช่นกัน เราจะไม่มีวันรู้สึกพอเพียง หรือรู้สึกว่าฐานะการเงินของเราดีขึ้นแล้ว ถ้าเราไม่มีเป้าหมายทางการเงิน เราควรตั้งเป้าหมายขั้นเล็กๆ ทีละขั้น เพื่อให้แต่ละเป้าหมายเป็น “เป้าหมายที่ทำสำเร็จได้” เพื่อให้มีกำลังใจ และมั่นใจว่าเดินมาถูกทาง อาจจะเริ่มตั้งต้นด้วยการ

  • ตั้งเป้าปลดหนี้บัตรเครดิต
  • ถัดไปปลดหนี้รถและบ้าน
  • ถัดไปมีเงินลงทุนในกองทุนเท่าๆ กันทุกเดือน
  • ถัดไปมีเงินก้อนเพื่อเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ เป็นต้น

คลิก..เพื่อดูรายละเอียดคอร์สออนไลน์
คลิกที่นี่..เพื่อดูรายละเอียด


4. ฝึกแก้ปัญหา

‘คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต’ มีข้อแตกต่างจาก ‘คนที่ไม่’ อยู่อย่างหนึ่งก็คือ เวลาที่เกิดปัญหาอะไรในชีวิต พวกเขาเลือกที่จะกระโดดใส่มัน แล้วแก้ให้จบ แทนที่จะเอาแต่บ่นคนอื่น หรือโทษว่าเป็นเพราะอย่างนั้น/เป็นเพราะคนนี้ ฯลฯ

การแก้ปัญหาเป็นทักษะสำคัญของคนที่ประสบความสำเร็จ เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าชีวิตคนเราต้องประสบปัญหาอยู่บ้างตลอดทาง ถ้ามัวแต่โทษโน่นโทษนี่..ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ต่อให้ชีวิตไม่มีปัญหาอะไรก็ลองตั้งโจทย์ให้ตัวเองสักสัปดาห์ละครั้ง เช่น

  • จะหารายได้ใหม่จากไหนได้บ้าง
  • จะลดค่าน้ำค่าไฟในบ้านได้ยังไง
  • จะ save ค่าน้ำมันลง 10% ทำไงได้บ้าง

ตั้งโจทย์..แล้วลอง “ฝึกคิด” หาทางออกของปัญหา มันจะทำให้สมองของคุณได้ทำงาน มีจินตนาการ เชื่อผมเถอะ..มันจะช่วยคุณในระยะยาว


5. เข้าร้านหนังสือเป็นประจำ

ตั้งเป้าที่จะอ่านหนังสือจบ 1 เล่มทุกเดือน อย่างน้อยปีหนึ่งคุณก็ได้อะไรใหม่ๆ 12 อย่างแล้ว

เดือนละ 1 เล่มเป็นเป้าหมายที่ผมใจดีมากนะครับ บางคนอ่านหนังสือเยอะกว่านี้ ลองเริ่มต้นจากหนังสือในหัวข้อที่ตัวเองสนใจ แต่อย่าหยุดแค่ตรงนั้น ลองอ่านอะไรที่แตกแนวบ้าง เช่น ชีวประวัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เรื่องการเงิน/การลงทุน เรื่องการทำมาค้าขาย เรื่องเทคโนโลยี หัวข้อที่แตกต่างเหล่านี้จะเปิดโลกทัศน์ให้คุณเห็นว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาทำอะไรกันไปถึงไหน ผู้คนกำลังคิดและทำอะไร

อ่านแล้วมองในเชิงบวก ไม่ใช่ว่า โอ๊ย..อันนี้ก็มีคนทำแล้ว อันนั้นเราก็ไม่มีความรู้ โห..อย่างนี้ไม่ทันเขาแล้วหละ อย่าคิดอย่างนี้ แต่ให้มองภาพรวม และมองไปข้างหน้าไกลๆ ว่าโลกกำลังเคลื่อนไปทางไหน จะทำอะไรเราต้องไปดักหน้า ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการคิดนอกกรอบ ผมใบ้ให้ว่า..คิดในสิ่งที่ช่วยเหลือผู้คน แก้ปัญหาให้คนอื่น เปลี่ยนแปลงวิถีและการดำเนินชีวิตของผู้คนไปในทางที่ดี คิดแบบเป็นผู้ให้..แล้วเราจะได้รับผลดีเองภายหลัง


6. ออกจาก Comfort Zone ของคุณ

คนเรามักเลือกที่จะทำเฉพาะในสิ่งที่ตนชอบ ถนัด/ทำได้ดี ทำแล้วมีคนแซ่ซ้องสรรเสริญ ทำแล้วเด่นดัง ทำแล้วรู้สึกดี นั่นแหละ..เรียกว่า Comfort Zone

อย่างที่บอกไปว่า ถ้าทำอะไรแบบเดิม..ก็ย่อมได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ถ้าต้องการผลลัพธ์ใหม่ๆ..ก็ต้องทำสิ่งที่แตกต่าง แต่แน่นอน..การทำสิ่งที่แตกต่าง หรืออะไรที่ใหม่ไปเลย ย่อมไม่ถนัด มีความเสี่ยง กลัวจะไม่สำเร็จ และความกังวลใจเหล่านี้ย่อมฉุดรั้งไม่ให้คนส่วนใหญ่ก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง แต่ถ้าไม่ตัดใจทำและยอมลำบากบ้าง ก็ไม่มีวันที่จะถึงฝั่งฝัน

คลิก..เพื่อดูรายละเอียดคอร์สออนไลน์
คลิกที่นี่..เพื่อดูรายละเอียด


7. ตรวจสอบสถานะการเงินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ

ไม่สำคัญว่าคุณมีรายได้เท่าไหร่ มันสำคัญอยู่ที่ว่าคุณบริหารมันอย่างไร คุณใช้จ่ายเท่าไหร่ มีเหลือเก็บออม/ลงทุนหรือไม่

ผมมีตัวอย่างของผู้บริหารระดับกลางที่เงินเดือนแตะแสน แต่ก็ยังเป็นหนี้ แต่ละเดือนเงินไม่พอใช้ ซึ่งเกิดจากการใช้เงินไม่เป็น โดยทั่วไปคนเราจะหาภาระมาเพิ่มใส่ตัวอย่างอัตโนมัติเมื่อมีรายได้มากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น (แน่นอนย่อมมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น) ทันทีที่ “สามารถจ่ายได้” ก็จะจ่าย เช่น พอโบนัสออกก็เอาไปถอยรถใหม่ มีวงเงินบัตรเครดิตเพิ่มก็เอาไปผ่อนโทรศัพท์เครื่องใหม่ เป็นต้น

ผมแนะนำว่าให้จดบันทึกค่าใช้จ่ายทุกรายการในแต่ละเดือน แยกหมวดหมู่ และแยกว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็น/ไม่จำเป็น เราจะเริ่มเห็นภาพและปรับพฤติกรรมการใช้เงิน และเมื่อผ่านขั้นนี้ ให้ตั้งเป้าและติดตามเป้าหมายของ “เงินเก็บและเงินลงทุน” เพื่อให้ฐานะการเงินของเราไปถึงจุดนั้น

คลิก..เพื่อดูรายละเอียดคอร์สออนไลน์
คลิกที่นี่..เพื่อดูรายละเอียด


8. จัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย

อย่างที่บอกไปแล้วว่า ให้ตั้งเป้าหมายทางการเงินเป็นขั้นๆ แต่เราต้องเรียงให้ถูก เช่น ปลดหนี้ แล้วค่อยไปที่เงินเก็บ และตามด้วยเงินลงทุน

ในบรรดาหนี้ ก็ต้องเรียงว่าจะปลดอะไรก่อน เช่น ปลดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงสุดก่อน เป็นต้น ใครทำไม่เป็น หรืออยากรู้เรื่องนี้ทั้งหมด ให้ลองหาหนังสืออ่าน เข้าฟังสัมมนา หรือหาคอร์สเรียนครับ


9. เริ่มต้นลงทุน และลงทุนอย่างฉลาด

อย่าลงทุนโดยขาดความรู้ ไม่งั้นเงินที่ท่านอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมา อาจสูญสลายหรือด้อยค่าไปในพริบตา น้อยคนที่เคยเรียนเรื่องการลงทุนหรือการบริการจัดการทางการเงินมา คนส่วนใหญ่ไม่รู้ทั้งนั้น และที่เจ๊งกันก็เพราะเหตุนี้ ดังนั้น ควรลงทุนเล็กน้อย เพื่อความฉลาดกว่าในการลงทุนเรื่องใหญ่ๆ

ที่ว่าลงทุนเล็กน้อยก็อย่างเช่น หาโอกาสพูดคุยหรือเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนมาก่อน หาหนังสือมาอ่าน (เล่มละสักกี่บาทกัน) หาอ่านตามเน็ตก็ได้ และถ้าจริงจังอยากลงลึก ก็หาสัมมนาหรือคอร์สเรียนเป็นเรื่องเป็นราว

เรียนวิธีทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์


สุดท้ายนี้ ก็ขอให้บทความนี้เป็นข้อคิด และขอเป็นกำลังใจให้ท่านมีฐานะการเงินดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับ ท่านไหนที่มีความคิดหรือข้อแนะนำดีๆ ก็อย่าช้า..เชิญที่ comment ด้านล่างนี้ได้เลย ถือว่าช่วยกันแบ่งปันสร้างสรรสังคมครับ

แด่ความสำเร็จของคุณ
ธนกร – ผู้ก่อตั้งตลาดปัญญา

ธนกร ชาลี ตลาดปัญญา โค้ช มาร์เก็ตติ้ง

ความเห็น

31 ตุลาคม 2015
Logo โลโก้ ตลาดปัญญาCopyright © 2014-2019 บริษัท โค้ช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด All rights reserved ห้ามคัดลอก เลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งรูปแบบและเนื้อหาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้
คอร์สไหน..
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ?